CISAC: แนวทางสำหรับนักแต่งเพลง

November 12, 2025

ไม่ว่าเพลงของคุณจะมีการสตรีมบน Spotify เล่นสด เปิดทางวิทยุ หรือเผยแพร่ในรูปแบบซีดีและแผ่นเสียง เพลงนั้นจะต้องสร้างรายได้อยู่ที่ใดที่หนึ่งบนโลกอยู่แน่นอน แต่หากเพลงของคุณไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้อง เงินนั้นก็อาจมาไม่ถึงมือคุณ

เราได้พูดคุยกับ Anna Neale ผู้อำนวยการฝ่ายครีเอเตอร์สัมพันธ์ของ CISAC หรือสมาพันธ์แห่งสมาคมผู้สร้างสรรค์และนักแต่งเพลงระหว่างประเทศ ซึ่งมาช่วยให้ความกระจ่างเกี่ยวกับวิธีการทำงานขององค์กรบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (CMO) และวิธีที่จะทำให้นักแต่งเพลงและผู้ประพันธ์มั่นใจได้ว่าจะได้รับค่าตอบแทนที่ควรได้รับ CISAC เป็นตัวแทนของเครือข่ายทั่วโลกที่มีสมาชิก 228 สมาคมใน 111 ประเทศ ซึ่งทำหน้าที่ช่วยปกป้องสิทธิ์ของครีเอเตอร์มากกว่าห้าล้านคนทั่วโลก ทั้งนี้ในฐานะที่เป็นศิลปินและนักแต่งเพลงเองเช่นกัน Anna จะมาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการลงทะเบียน ข้อมูลเมตา และวิธีที่จะทำให้นักแต่งเพลงมั่นใจว่าจะหาทางรับค่าลิขสิทธิ์ที่เป็นส่วนของตนได้จริง

โปรดอธิบายเกี่ยวกับองค์กรบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ (CMO) ประเภทของค่าลิขสิทธิ์ที่องค์กรนี้เก็บ และบทบาทที่องค์กรนี้มีต่ออาชีพของนักแต่งเพลง

CMO คือองค์กรที่จัดเก็บค่าลิขสิทธิ์สำหรับการใช้ผลงานของคุณ ในฐานะนักแต่งเพลง คุณจะได้รับค่าลิขสิทธิ์สองประเภทตามการใช้เพลงของคุณ ได้แก่ ค่าลิขสิทธิ์จากการแสดง ซึ่งจ่ายให้กับนักแต่งเพลงเมื่อมีการนำเพลงไปใช้ในที่สาธารณะ (เช่น การเปิดทางวิทยุ ทีวี การแสดงสด และพื้นที่สาธารณะ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ร้านค้า และโรงภาพยนตร์) และการสตรีม อีกอย่างหนึ่งคือค่าลิขสิทธิ์จากการผลิตซ้ำ ซึ่งจะจ่ายทุกครั้งที่มีการนำผลงานของคุณไปผลิตซ้ำ โดยอาจเป็นการขายผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ เช่น ซีดี เทปคาสเซ็ท (หากคุณเป็นคนชอบของคลาสสิก) และแผ่นเสียง หรือผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เช่น รายการดาวน์โหลด ซึ่งรวมถึงการสตรีมด้วย เมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้ (กล่าวคือผู้ฟัง) ฟังเพลงจากบริการสตรีมมิง ก็จะมีค่าลิขสิทธิ์จากการผลิตซ้ำและค่าลิขสิทธิ์จากการแสดงเกิดขึ้นทันที ส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์นั้นจะแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่ของคุณ กฎระเบียบของ CMO และประเภทของบริการ โดยอาจแบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์จากการแสดง 50% และค่าลิขสิทธิ์จากการทำซ้ำ 50% หรือค่าลิขสิทธิ์จากการแสดง 75% หรือในบางกรณีก็อาจเป็นค่าลิขสิทธิ์จากการแสดง 100% เลย เมื่อคุณเข้าร่วม CMO เท่ากับว่าคุณอนุญาตให้ทางองค์กรออกใบอนุญาตสำหรับการใช้ผลงานของคุณ ซึ่งหมายความว่าทางองค์กรจะเรียกเก็บเงินจำนวนนี้ในนามของคุณและอนุญาตให้ใช้และชำระเงินแก่ช่องทางเผยแพร่เชิงพาณิชย์ต่างๆ

CMO จะติดตามการใช้ผลงานของนักแต่งเพลงผ่านระบบการะบุและติดตามผลที่มีหลายส่วน เพื่อให้สามารถจ่ายเงินให้ศิลปินและนักแต่งเพลงเมื่อนิติบุคคลอื่นๆ นำผลงานเหล่านั้นไปใช้ โดยใช้ ISWC (รหัสผลงานเพลงตามมาตรฐานสากล) เป็นตัวระบุหลักสำหรับผลงานเพลง ทั้งนี้ องค์กรด้านสิทธิ์ในการเผยแพร่และแพลตฟอร์มดิจิทัลแทบทุกแห่งจะต้องรายงานการนำผลงานนั้นๆ ไปใช้งานตามกฎหมายของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป หรือสหรัฐอเมริกา

เหตุใดนักแต่งเพลงจึงจำเป็นต้องเข้าร่วม CMO และลงทะเบียนเพลงของตัวเอง

หากคุณไม่ได้ลงทะเบียนเพลงของตัวเองไว้ คุณจะไม่ได้รับเงิน! ง่ายๆ แบบนั้นเลย โดยทั่วไป ทุกครั้งที่มีการ "ใช้" เพลงของคุณ (คำว่า "ใช้" ในที่นี้หมายรวมถึงการฟัง มีส่วนร่วม เล่น และอื่นๆ ด้วย) จะมีค่าลิขสิทธิ์เกิดขึ้นไม่ว่าเพลงนั้นจะลงทะเบียนไว้หรือไม่ก็ตาม ซึ่งวิธีที่จะทำให้ได้รับค่าลิขสิทธิ์ก็คือคุณจะต้องเข้าเป็นสมาชิกของ CMO ก่อน และต้องไม่ลืมลงทะเบียนเพลงเอาไว้ด้วย แล้วคุณจะได้รับเงินเมื่อมีคนฟังเพลงของคุณบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงต่างๆ เช่น Spotify ในตลาดเช่นทุกวันนี้ คุณคงไม่อยากพลาดโอกาสนั้นแน่

CMO ทำงานร่วมกันในประเทศต่างๆ อย่างไรเพื่อติดตามค่าลิขสิทธิ์ให้กับนักแต่งเพลงซึ่งมีผลงานที่ได้รับการสตรีมไปทั่วโลก

CMO จะมีฐานข้อมูลผลงานที่ลงทะเบียนของตนเอง ซึ่งระบุด้วยรหัส ISWC รหัสผลงานเพลงตามมาตรฐานสากลนี้ประกอบด้วยข้อมูลเมตาหลักของเพลง เช่น ชื่อเพลง ชื่อผู้แต่งที่เกี่ยวข้อง และสามารถเชื่อมโยงกับหมายเลข IPI (ข้อมูลของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง) ได้ ยิ่งไปกว่านั้น CMO ยังเป็นผู้ดูแลรายละเอียดเกี่ยวกับค่าลิขสิทธิ์จากการแสดงและจากการผลิตซ้ำ รวมถึงข้อตกลงการเผยแพร่ผลงานด้วย

เมื่อมีการสตรีมเพลง บริการสตรีมมิงจะรายงานการใช้งานไปยัง CMO โดยขึ้นอยู่กับเขตพื้นที่และข้อตกลงด้านสิทธิ์การใช้งาน ในที่นี้ CMO จะใช้ระบบจับคู่ซึ่งจะระบุผลงานต้นฉบับและเจ้าของสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับผลงานเหล่านี้ ซึ่งช่วยให้ CMO สามารถเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ให้บริการนั้นๆ เป็นค่าผลงานที่องค์กรดูแล และจ่ายค่าลิขสิทธิ์นั้นได้อย่างถูกต้อง

CMO จะดำเนินการชำระเงินให้กับผู้ถือสิทธิ์เพลงที่สตรีมซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดขององค์กรโดยตรง หากเจ้าของสิทธิ์อยู่ภายใต้สังกัดของ CMO อื่น ค่าลิขสิทธิ์ที่ประมวลผลแล้วจะได้รับการโอนไปยัง CMO นั้นๆ

CMO ทุกแห่งมีรอบการรายงานและจ่ายเงินให้นักแต่งเพลงบ่อยเท่ากันหรือไม่

ไม่ เรื่องนี้จะขึ้นอยู่กับ CMO แต่ละแห่งมากกว่า สำหรับการใช้งานทางดิจิทัล การเบิกจ่ายส่วนใหญ่จะดำเนินการภายใน 3 ถึง 6 เดือนหลังจากมีการใช้ผลงาน แต่ก็อาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายประการ เช่น สถานที่ที่มีการใช้ผลงาน วิธีการรายงาน และความถูกต้องของข้อมูลในรายงานการใช้งาน หรือความถูกต้องในการลงทะเบียนเพลง

ข้อมูลเมตายังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเก็บค่าลิขสิทธิ์ รายละเอียดใดบ้างที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งนักแต่งเพลงจะต้องระบุเมื่อลงทะเบียนผลงานเพื่อไม่ให้การชำระเงินเกิดความผิดพลาดหรือล่าช้า

ต้องไม่ลืมตกลงกันเรื่องชื่อเพลงและชื่อของผู้แต่งให้เรียบร้อยและสะกดชื่อให้ถูกต้อง หากพิมพ์ผิดจะทำให้จ่ายเงินไม่ได้ อีกทั้งต้องตกลงเรื่องการแบ่งสิทธิ์เพลงให้ตรงกันและลงทะเบียนผู้ร่วมแต่งเพลงด้วย

หากคุณสามารถรับรองได้ว่ามีหมายเลข IPI ของผู้แต่งครบถ้วน การจับคู่จะยิ่งรวดเร็วและแม่นยำขึ้น ทั้งนี้ คุณควรรู้หมายเลข IPI ของตัวเองอยู่แล้ว…

สาเหตุหลักที่ทำให้ค่าลิขสิทธิ์ยังไม่มีการอ้างสิทธิ์คืออะไร และจริงๆ แล้วเรากำลังพูดถึงเงินจำนวนเท่าไหร่กันแน่ในระดับโลก

ค่าลิขสิทธิ์ที่ยังไม่มีการอ้างสิทธิ์ถือเป็นปัญหาระดับโลก มีการป้อนเพลงหลายแสนเพลงเข้าสู่ระบบ อัปโหลดไปยังแพลตฟอร์มสตรีมมิง และใช้งานกันอยู่ ทุกชั่วโมง ซึ่งนับว่าเป็นข้อมูลจำนวนมหาศาล แม้ว่าอุตสาหกรรมเพลงในช่วงสิบปีที่ผ่านมาจะมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก แต่ก็ยังคงมีเพลงจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่มีการอ้างสิทธิ์ โดยหลักๆ เกิดจากปัญหาด้านข้อมูลเมตา สาเหตุที่เป็นไปได้มีหลายอย่าง เช่น การจดทะเบียนครั้งแรกไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดในการสะกดคำ และ/หรือมีข้อมูลขาดหายไป (ความผิดพลาดมักมาตกอยู่กับข้อนี้) การลงทะเบียนที่ขัดแย้งกันระหว่างผู้ถือสิทธิ์ และการรายงานข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ปัญหานี้ยังเกิดขึ้นได้เมื่อเพลงไม่ได้ผ่านการลงทะเบียนหรือไม่มีการส่ง ISWC ให้กับบริการสตรีมมิง ซึ่งถึงแม้บริการเหล่านี้จะรายงานและจ่ายเงินตามยอดสตรีม แต่หากไม่มีข้อมูลของเพลงนั้น เงินส่วนนี้ก็จะค้างอยู่ในระบบโดยไม่มีผู้รับ CMO และแพลตฟอร์มเพลงหลายแห่งจึงพัฒนากลไกเพื่อจัดการเงินส่วนนี้ให้ไหลกลับไปยังผู้ถือสิทธิ์ตามผลงานที่สามารถระบุข้อมูลได้ ทว่ากลไกเหล่านี้ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้เงินค่าลิขสิทธิ์ที่ไม่มีการอ้างสิทธิ์จึงยังไปไม่ถึงมือนักแต่งเพลงที่สร้างผลงานขึ้นตั้งแต่แรก

สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือ เงินก้อนนั้นมีอยู่ในระบบจริง แต่คุณจะไม่ได้รับส่วนของคุณเลย หากไม่ได้เป็นสมาชิกของ CMO และไม่ได้ยื่นรายการเพลงพร้อมลงทะเบียนอย่างถูกต้อง คุณสามารถตรวจสอบการลงทะเบียนของตัวเองได้จากฐานข้อมูลของ CMO ในประเทศของคุณ เราขอแนะนำให้นักแต่งเพลงทุกคนทำเช่นนี้ ไม่ว่าคุณจะออกผลงานด้วยตนเองหรือเซ็นสัญญากับผู้เผยแพร่ก็ตาม

หากนักแต่งเพลงแก้ไขข้อผิดพลาดของข้อมูลเมตาช้า จะสามารถขอรับค่าลิขสิทธิ์ย้อนหลังได้หรือไม่ และหากได้ จะย้อนกลับไปได้ไกลแค่ไหน

ขอย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ CMO แต่ละแห่งและแพลตฟอร์มเพลง รวมถึงข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ในบางประเทศ ให้ตรวจสอบแนวทางของ CMO ที่คุณสังกัดอยู่ ส่วนใหญ่ทางองค์กรจะใช้ระบบการยื่นคำร้องกับค่าลิขสิทธิ์ที่ยังไม่จัดสรรให้เจ้าของสิทธิ์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทางออนไลน์

คำแนะนำที่สำคัญที่สุดสำหรับนักแต่งเพลงในการทำงานร่วมกับ CMO และการปกป้องสิทธิ์ของตนเองมีอะไรบ้าง

อย่าลืมตกลงเรื่องการแบ่งสัดส่วนค่าลิขสิทธิ์จากผลงานการแต่งเพลงให้เรียบร้อย (หากเป็นการแต่งเพลงร่วม) และลงทะเบียนแทร็กของคุณโดยระบุข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด โดยปกติแล้วคุณสามารถตรวจสอบการลงทะเบียนอื่นๆ ในระบบของ CMO เพื่อดูว่ามีรายการที่ตรงกันหรือไม่ได้

ติดตามสถานะการลงทะเบียนของคุณอยู่เสมอ และหากสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ให้ติดต่อ CMO ของคุณเพื่อทำการแก้ไข ไม่มีใครทำแทนคุณได้ คุณต้องเป็นคนดูแลให้แน่ใจด้วยตัวเองว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง อย่าลืมรายงานข้อมูลการใช้งานที่คุณทราบ เช่น ในกรณีที่คุณทำการแสดงสด ในฐานะนักแต่งเพลง เราอาจไม่สามารถควบคุมหรือจับตาดูทุกครั้งที่มีการนำเพลงไปใช้ได้ แต่ในส่วนที่เราควบคุมได้ เราก็จะต้องทำ

คอยติดตามโอกาสต่างๆ ที่ CMO มีให้ เช่น การฝึกอบรมหรือเงินทุน CMO หลายแห่งลงทุนกับการสนับสนุนสมาชิก (ซึ่งก็คือตัวคุณที่เป็นนักแต่งเพลง) เพื่อช่วยนักแต่งเพลงให้รักษาและจัดการข้อมูลได้ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือ รวมถึงปกป้องและรักษาความหลากหลายทางวัฒนธรรม

Spotify for Artists ช่วยคุณพัฒนาฐานแฟนที่คุณต้องการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

แชร์เรื่องราวนี้