วิธีที่ bbno$ เพิ่มยอดสตรีมที่ผู้ใช้เป็นคนเลือกเองขึ้นเป็นสองเท่าก่อนเปิดตัวอัลบั้มใหม่

Timothy "timmhotep" Cornwall / August 26, 2021

ทีมของแร็ปเปอร์จากแวนคูเวอร์ที่ mtheory ใช้ Marquee อย่างมีกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดสตรีมที่ผู้ใช้เป็นคนเลือกเองได้ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ก่อนถึงเวลาเปิดตัวอัลบั้ม ‘eat ya veggies’

ศิลปินอิสระเปลี่ยนจากกระแสไวรัลไปเป็นผู้มีชื่อเสียงและมีอนาคตไกล รวมถึงมีฐานแฟนคลับที่มีส่วนร่วมได้อย่างไร มีปัจจัยมากมายที่มีบทบาทในเรื่องราวความสำเร็จนี้ แต่มีบางสิ่งที่แน่นอนก็คือ ต้องมีเพลงที่ดี ทีมศิลปินมืออาชีพ และที่ขาดไม่ได้คือการตลาดที่ยอดเยี่ยม

จากการที่เขาเติบโตมาพร้อมกับโลกดิจิทัลเมื่อครั้งอยู่ที่บ้านเกิดในแวนคูเวอร์ บริติชโคลัมเบีย bbno$ ไม่ใช่แค่มีชื่ออยู่บนอินเทอร์เน็ต แต่เป็นกระแส แห่ง โลกอินเทอร์เน็ต และเป็นศิลปินอินดี้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของซุปเปอร์สตาร์กระแสหลัก แร็ปเปอร์อารมณ์ดีและติดดินประสบความสำเร็จในปี 2019 ด้วยเพลงฮิตกระแส “Lalala” ซึ่งมียอดการฟังบน Spotify มากกว่า 770 ล้านครั้ง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขามีผู้ติดตามมากกว่า 840,000 คนและมียอดผู้ฟังบน Spotify มากกว่า 9 ล้านคนต่อเดือน

ตั้งแต่ต้นปี 2021 mtheory บริษัทผู้ให้บริการผู้จัดการและพัฒนาศิลปินได้กลายเป็นพาร์ทเนอร์กับ bbno$ ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม โดยให้การสนับสนุนทีมงานของเขาด้วยการให้ความช่วยเกี่ยวกับกลยุทธ์การปล่อยผลงานและการออกทัวร์ และเชื่อมต่อกับโอกาสด้านธุรกิจและโฆษณามากขึ้น

ความสัมพันธ์ของ bbno$ กับ mtheory เริ่มต้นด้วยการกำหนดเป้าหมาย “สำหรับ bbno$ แล้วเป็นเรื่องของการยกระดับ เราต้องการทำให้เขาประสบความสำเร็จด้วยวิธีที่ชาญฉลาด ซึ่งจะเพิ่มฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นที่จะคอยติดตามผลงาน เพราะเป้าหมายหนึ่งของเขาคือการทำเพลงและออกทัวร์ และสามารถสร้างรายได้จากสิ่งนั้น” Hannah Waitt ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดดิจิทัลของ mtheory กล่าว

ฤดูใบไม้ร่วงนี้ ในวันที่ 8 ตุลาคม bbno$ จะเปิดตัวอัลบั้มใหม่ eat ya veggies และเริ่มออกทัวร์เพื่อโปรโมตอัลบั้มในเดือนตุลาคม ทีมงานของ bbno$ ที่ mtheory ต้องการวิธีที่จะนำผู้ฟังที่บังเอิญได้ฟังเพลง “Lalala” หรือเพลงฮิตของเขากับ Yung Gravy ที่ร่วมงานด้วยกันเป็นประจำ ให้มีอารมณ์ร่วมกับเพลงของเขามากขึ้น นั่นคือการเปลี่ยนจากวิธีการสตรีมแบบ “ไม่ตั้งใจ” เฉยๆ ให้เป็นการฟังที่ผู้ใช้เป็นคนเลือกเองและตั้งใจ หนึ่งในเครื่องมือที่พวกเขาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ก็คือ Marquee เครื่องมือส่งเสริมการขายนี้จะช่วยแนะนำผลงานใหม่ของคุณเป็นเพลงแนะนำจากผู้สนับสนุนแบบเต็มหน้าจอให้กับผู้ฟังในแพ็กเกจ Spotify Free และ Premium ที่เหมาะสม ซึ่งจะพาพวกเขาจากหน้าจอหลักของแอปไปยังเซสชันการสตรีมเพลงใหม่ของคุณที่ผู้ใช้เป็นคนเลือกเอง โดยก่อนเปิดตัวอัลบั้ม bbno$ ได้เปิดตัวชุดซิงเกิลที่ Waitt และทีมงานของเขาที่ mtheory ได้โปรโมตไปยังกลุ่มผู้ฟังย่อยตามกลยุทธ์ ด้วย Marquee

การทำงานร่วมกันของ mtheory กับ bbno$ เริ่มต้นด้วยซิงเกิล “bad to the bone” “เป้าหมายแรกของเราก็คือการกำหนดเป้าหมายไปยังกลุ่มผู้ฟังที่หายไป” Waitt กล่าว โดยอธิบายถึงผู้ฟังที่ไม่ได้เลือกสตรีมเพลงของศิลปินในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา แม้ว่าพวกเขาจะเคยทำมาก่อนก็ตาม “พวกเขารู้จักเพลง ‘Lalala’ แต่ไม่รู้จัก bbno$ ในฐานะศิลปิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พวกเขาไม่ฟังเพลงนั้นมาหกเดือนแล้ว [เราพูดกับตัวเอง] “ลองหาดูว่ามีคนกี่คนที่อยู่ในกลุ่มนั้น และลองใช้งบประมาณแรกเพื่อนำพวกเขากลับมาฟัง bbno$ ให้ได้มากที่สุด” โดยที่ทราบดีว่าเรามีอีกหนึ่งผลงานใหม่ที่จะเปิดตัวในอีกหกสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเราต้องการให้พวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายด้วย”

สำหรับซิงเกิลถัดไป พวกเขาเลือกที่จะโปรโมตแทร็ก “help herself” ซึ่งครั้งนี้ได้ร่วมงานกับศิลปินอินดี้ป็อปชาวออสเตรเลียระดับปรากฎการณ์อย่าง BENEE “เราเลือก [กลุ่มย่อยผู้ฟัง] ที่สนใจเมื่อเร็วๆ นี้ เนื่องจากเราเคยได้กำหนดเป้าหมาย [ผู้ฟัง] ที่หายไปและผู้ฟังทั่วไปมาแล้ว จากนั้น ก็เป็นเรื่องของการเพิ่มคอนเวอร์ชันให้มากที่สุด เพื่อดึงดูดผู้ฟังให้อินไปกับบทเพลง ให้พวกเขาบันทึกเพลง และทำให้พวกเขาพร้อมสำหรับเพลงเดี่ยวลำดับถัดไปของ bbno$” Waitt อธิบาย กลยุทธ์อันชาญฉลาดของ Waitt ทำมากกว่าแค่โปรไฟล์ผู้ฟัง แต่ยังรวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของกลุ่มผู้ฟังที่แตกต่างกันเล็กน้อยมากอีกด้วย “เรายังได้กำหนดเป้าหมายไปที่ออสเตรเลีย โดยแนวคิดก็ [คือ] การดึงฐานแฟนคลับของ BENEE ในออสเตรเลียบางส่วนให้มาเป็นฐานแฟนคลับของ bbno$ ซึ่งทำให้เราสามารถทำให้พวกเขาเป็นกลุ่มเป้าหมายของ Marquee ถัดไป ซึ่งก็คือ [ซิงเกิลเดี่ยว] ‘wussup’ ได้”

การใช้กลุ่มย่อยของผู้ฟังอย่างมีกลยุทธ์ช่วยให้ซิงเกิล “help herself” ที่ร้องร่วมกับ BENEE มีอัตราความสนใจในกลุ่มผู้ฟังอยู่ที่ 37% ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับ bbno$ และ mtheory เนื่องจากพวกเขาต้องการกระตุ้นยอดสตรีมที่ตั้งใจและที่ผู้ใช้เป็นคนเลือกเองให้เพิ่มมากขึ้น “[อัตราความสนใจสูง] แสดงให้เห็นว่าผู้ฟังได้ฟังเพลงแล้วและพวกเขาก็ชอบ และตั้งใจที่จะฟังอีก ไม่ว่าจะด้วยการบันทึกลงในคอลเลกชันหรือเพลย์ลิสต์ก็ตาม” Waitt อธิบาย

กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปที่แฟนคลับนี้ได้ผล และตั้งแต่เดือนมีนาคม 2021 ถึงมิถุนายน 2021 ทีมงานของเขาพบว่ายอดสตรีมรายเดือนของ bbno$ จากแหล่งที่มาที่ผู้ใช้เป็นคนเลือกเองและตั้งใจ เช่น เพลย์ลิสต์ของผู้ใช้ คอลเลกชันของผู้ฟัง และหน้าของ bbno$ นั้นเพิ่มขึ้นจาก 38% เป็น 78% แฟนๆ ของ bbno$ สตรีมผลงานใหม่ของเขาอย่างตั้งใจมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมในผลงานของเขาในวงกว้างมากขึ้น “Marquee คือการนำผู้ฟังกลับคืนมา” [เมื่อแฟนๆ ตั้งใจมีส่วนร่วมกับเพลงของคุณ] เพลงของคุณจะอยู่ในอัลกอริทึม ถูกเล่นอัตโนมัติ และอยู่ใน Daily Mix ของพวกเขา ผลลัพธ์ระยะยาวของ Marquee คือสิ่งที่เป็นตัววัดความสำเร็จของเครื่องมือนี้อย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่ยอดสตรีมที่คุณได้รับจากแคมเปญหนึ่งสัปดาห์” Waitt กล่าว

bbno$ passive versus active streams

bbno$ passive versus active streams

โดยรวมแล้ว Marquee ช่วยเพิ่มกระแสของ bbno$ และความคาดหวังสำหรับอัลบั้ม eat ya veggies บน Spotify “ยอดสตรีมสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆ ผลงานใหม่ เราเพิ่งมียอดสตรีมสูงสุดจนถึงปัจจุบันนี้ที่กว่า 860,000 ครั้งต่อวันสำหรับ ‘edamame’ [อีกหนึ่งซิงเกิลที่โปรโมตด้วย Marquee] ณ ตอนนี้ได้แซงหน้าซิลเกิลยอดฮิตของ bbno$ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘Lalala’ ไปแล้ว เราเห็นผู้ฟังเหล่านี้ถูกดึงกลับเข้าสู่วงโคจรของ bbno$ บน Spotify อยางแท้จริง” Waitt กล่าว

ติดต่อเรา

เรายินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลใหม่ล่าสุดเพิ่มเติมในขณะที่เราขยายขอบเขตของ Marquee อย่างต่อเนื่อง คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ในคู่มือการเริ่มต้นใช้งาน Marqueeและดูข้อมูลอัปเดตใหม่ๆ ได้บนเว็บไซต์ของเรา

หากคุณสนใจที่จะใช้ Marquee เพื่อกำหนดเป้าหมายผู้ฟังในตลาดทั้ง 36 แห่ง ซึ่งรวมถึงบราซิล ฝรั่งเศส เยอรมนี เม็กซิโก สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา และคุณมีผลงานใหม่ที่เข้าเกณฑ์ ก็ทำผ่านแดชบอร์ด Spotify for Artists ได้เลย ดูรายชื่อการกำหนดเป้าหมายของ Marquee ทั้งหมดได้ที่นี่ Marquee พร้อมให้บริการโดยตรงใน Spotify for Artists สำหรับตลาดที่ได้รับคัดเลือก หากคุณอยู่ในตลาดเหล่านี้ ให้ตั้งค่าประเทศสำหรับการเรียกเก็บเงิน แล้วไปที่แท็บแคมเปญเพื่อเริ่มต้นใช้งาน Marquee

Spotify for Artists ช่วยคุณพัฒนาฐานแฟนที่คุณต้องการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

แชร์เรื่องราวนี้
เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง